Mixed Type อาหารควรกิน VS งด สำหรับนักกินสายผสม

โดย เอื้อมพร แสงสุวรรณ NTP คุณหรือเปล่า เป็นคนที่สามารถบอกเพื่อนได้ว่า ระบบย่อยไม่มีความซับซ้อน กินแป้งและของหวานมากไป ก็เหนื่อย และกระวนกระวาย พุงออก แก้มป่องขึ้นมาเลย ยิ่งถ้าไม่กินโปรตีนก็ยิ่งเพลีย หมดแรง เป็นแบบว่า กินแป้งก็เอ็นจอย กินโปรตีนไขมันก็อร่อย ถ้าใช่ ลักษณะระบบย่อยของคุณคือ สายผสม ค่ะ อาหารควรกินสำหรับสายนี้คืออะไร อาหารควรงดล่ะ เอื้อม NTP นำคำตอบมาบอก วิลเลี่ยม แอล.วอลค็อต (William L. Wolcott) นักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร และนักบำบัดโรคด้วยอาหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านเมตาบอลิกไทพิ้ง ผู้เขียนหนังสือเรื่อง The Metabolic Typing Diet ยกตัวอย่างคนไข้ของเขาคนหนึ่งชื่อ ซาร่า เฮนเนสซี ซึ่งดูแลสุขภาพตนเองตามคำแนะนำทั่วไป และสุดท้ายกลายเป็นว่า เธอป่วย สะท้อนให้เห็นว่า การดูแลสุขภาพแบบผู้ไม่มีความรู้ ทำตามข้อมูลทั่วไป ที่พบอยู่ตามสื่อต่าง ๆ นั้น ไม่ใช่หนทาง “ฉลาด” ที่จะป้องกันความเจ็บป่วยอันเกิดจากพฤติกรรมได้เลย ซาร่ากินอาหารสุขภาพ…

Protein Type  อาหารควรกิน VS งด สำหรับสายโปรตีน (สายกินตัวจริง)

โดย เอื้อมพร แสงสุวรรณ NTP คุณหรือเปล่า เป็นคนอารมณ์ดี กินเก่ง กินเยอะ กินจุ กินทุกอย่าง กินโปรตีนได้ กินไขมันก็อร่อย รูปร่างท้วม เพื่อนเรียกว่า ระยะสุดท้ายก่อนอ้วน น้ำหนักไม่ได้ขึ้นง่าย ๆ แต่ก็ไม่ได้ลงง่าย ๆ เช่นกัน โดยเฉพาะถ้าอยากลดความอ้วน แล้วลองกินอาหารตามคนผอม (กว่าเรา) เช่น กินผักผลไม้แทนอาหารหลัก กลายเป็นว่าน้ำหนักกลับเพิ่มขึ้น หรือบางช่วงเผลอกินคาร์โบไฮเดรตเยอะ ก็กลายเป็นว่า ติดแป้งและของหวานเฉยเลย ถ้ามีลักษณะใกล้เคียงอะไรแบบนี้ นั่นแปลว่าลักษณะระบบย่อยของคุณคือ สายโปรตีน และกำลังกินไม่ถูกสัดส่วนของตนเองอยู่   วิลเลี่ยม แอล.วอลค็อต (William L. Wolcott) นักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร และนักบำบัดโรคด้วยอาหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านเมตาบอลิกไทพิ้ง ผู้เขียนหนังสือเรื่อง The Metabolic Typing Diet ยกตัวอย่างคนไข้ของเขาคนหนึ่งชื่อ ซาร่า เฮนเนสซี ซึ่งดูแลสุขภาพตนเองตามคำแนะนำทั่วไป และสุดท้ายกลายเป็นว่า เธอป่วย สะท้อนให้เห็นว่า การดูแลสุขภาพแบบผู้ไม่มีความรู้…

Carbo Type อาหารควรกิน VS งด สำหรับนักกินสายคาร์บ

โดย เอื้อมพร แสงสุวรรณ NTP คุณหรือเปล่า ไม่ค่อยอยากกินอาหารเช้า และเริ่มวันใหม่ด้วยกาแฟหนึ่งแก้วและขนมนิดหน่อย แล้วระหว่างวันก็อยากกินแต่ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ของหวาน และผลไม้วนไป น้ำหนักก็ขึ้นง่าย อารมณ์ก็ไม่ค่อยดี (จนกว่าจะได้กินอาหาร) รู้สึกว่าเครียดง่าย ลุกลน ทั้งที่คนอื่นนั่งชิลล์ ไม่สิ!! เราไม่ควรรู้สึกอย่างนั้น คนเราควรมีอารมณ์นิ่งสงบ กินอาหารตรงตามมื้ออาหาร และไม่อยากกินอะไรที่จะนำพาน้ำหนักและโรคร้ายมาให้ ทำอย่างไรเล่า?? เพื่อรักษาอารมณ์ให้ดีอย่างนั้น นักบำบัดโรคด้วยอาหาร (NTP) ชี้แจงผ่านบทความนี้ว่า นักกินสายคาร์บหรือผู้ที่รักการกินแป้งจะต้องปรับสัดส่วนอาหารในแต่ละมื้ออย่างไร   เช็คให้ชัวร์ว่า ใช่นักกินสายคาร์บแน่ ตามลิงค์นี้ไปเลยค่ะ จะมีแบบสอบถามให้ตอบ จะได้ทราบว่า คุณเป็นนักกินสายไหน https://firstthaintp.com/2018/10/21/เช็คระบบย่อย-คุณกินคาร์/?fbclid=IwAR0DAr_qzMGS6rxbQApqDZ8drMja1K56fe-7dG94PJHzs9ib5-XI7i3BHRg   หากคำตอบคือ A ส่วนใหญ่ ก็ใช่สายคาร์บแน่ เพราะคนที่มีลักษณะระบบย่อยสายคาร์โบไฮเดรต หรือสายคาร์บนั้น มีระบบย่อยทำงานช้ากว่า จึงต้องกินอาหารครั้งละน้อย ๆ แต่บ่อยมากกว่าคนกลุ่มอื่น ด้วยเหตุเดียวกันนี้เอง ร่างกายจึงสามารถพึ่งพาพลังงานจากการกินแป้ง แม้จะมีปัญหาภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง ๆ ต่ำ ๆ แต่ก็ไม่ค่อยปรากฏอาการอะไรมากนัก นอกจากนี้…

เช็คระบบย่อย คุณกินคาร์บ โปรตีน ไขมัน ได้แค่ไหน

    โดย เอื้อมพร แสงสุวรรณ NTP เราสงสัยเสมอว่า ทำไมบางคนกินเก่งแต่ไม่อ้วน แต่บางคนกินนิดหน่อยน้ำหนักก็ขึ้นแล้ว และเราก็เดากันมั่ว ว่า เป็นเพราะระบบย่อยคนนั้นดีกว่าคนนี้ เปล่าค่ะ คำตอบที่ถูกต้องตามหลักศาสตร์ฟังก์ชั่นนอลเมดิซีน (functional medicine) คือ ร่างกายแต่ละคนมีลักษณะระบบย่อยไม่เหมือนกัน อาหารที่ควรกินและควรงดก็ไม่เหมือนกัน เอื้อม NTP ชวนเช็คระบบย่อยว่า คุณสามารถกินคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ได้มากน้อยแค่ไหน ศาสตร์ฟังก์ชั่นนอลเมดิซีน (functional medicine) ถือกำเนิดขึ้นในช่วงทศวรรษให้หลังนี้เอง เป็นการต่อยอดจากงานวิจัยทางการแพทย์หลายต่อหลายชิ้น ที่ยืนยันว่า แต่ละบุคคลนั้นมีลักษณะระบบย่อยแตกต่างกัน ฉะนั้นการรักษาโรคหรือความผิดปกติแบบเดียวกัน จึงต้องใช้วิธีแตกต่างกันในแต่ละบุคคล วิลเลี่ยม แอล.วอลค็อต (William L. Wolcott) นักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร และนักบำบัดโรคด้วยอาหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านเมตาบอลิกไทพิ้ง ผู้เขียนหนังสือเรื่อง The Metabolic Typing Diet (หรือ เมตาบอลิกไทพ์ไดเอท) ยกตัวอย่างคนไข้ของเขาคนหนึ่งชื่อซาร่า เฮนเนสซี ซึ่งดูแลสุขภาพตนเองตามคำแนะนำทั่วไป และสุดท้ายกลายเป็นว่า เธอป่วย สะท้อนให้เห็นว่า การดูแลสุขภาพแบบผู้ไม่มีความรู้…

อาหารต้องกิน VS งด ลดไขมันพอกตับ

โดย เอื้อมพร แสงสุวรรณ NTP ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจกันใหม่ค่ะ นอกจากการขับพิษ ตับยังมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของร่างกายอีกมากมาย ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เราเกรงกลัว “ตับ” เลยพานไม่กิน “ตับสัตว์” ยกตัวอย่างคือ ตับ ทำหน้าที่ควบคุมระดับคลอเรสเตอรอล ระดับน้ำตาลในเลือด กระตุ้นการเผาผลาญไขมัน ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่กระแสเลือด โดยคัฟเฟอร์เซลล์ (kuffer cells) ทำหน้าที่กำจัดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ส่วนพีตเซลล์ (pit cells) ทำหน้าที่ฆ่าเชื้อโรค อย่างไรก็ตาม สเตลเลทเซลล์ (stellate cells) ทำหน้าที่สะสมวิตามินดี และคอลลาเจน ในช่วงเวลาที่เราไม่กินอาหาร (the fast state) ตับจะทำหน้าที่แปลงไขมันในตับ เป็นกลูโคสและคีโตน เพื่อให้ร่างกายใช้เป็นพลังงาน ส่วนช่วงเวลาที่กำลังกินอาหารและย่อยอาหาร (the fed state) ตับจะนำกลูโคสและคีโตนไปสะสมไว้ ในรูปแบบของไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ เพื่อแพ็คเป็นคลอเรสเตอรอล ส่งเข้ากระแสเลือด เพื่อไปใช้ในการสร้างฮอร์โมน และทำหน้าที่อื่น ๆ หากเรากินอาหารไขมันสูง และคาร์โบไฮเดรตต่ำ ร่างกายต้องใช้พลังงานจากไขมัน โดยตับจะแปลงไขมันออกมาเป็นคีโตนออกมาในกระแสเลือด เพื่อใช้เป็นพลังงาน หากกินอาหารคาร์โบไฮเดรตสูง…

อาหารต้องงด ลดการอักเสบของเซลล์ หยุดเสี่ยงโรคภูมิแพ้ ความจำเสื่อม

โดย เอื้อมพร แสงสุวรรณ NTP ทศวรรษนี้ วิทยาศาสตร์การแพทย์แทบจะยืนยันเป็นเสียงเดียวกันแล้วว่า โรคมากมาย โดยเฉพาะโรคที่เราเรียกว่า NCD (non communicating diseases) หรือโรคไม่ติดต่อ อันเกิดจากพฤติกรรมนั้น ล้วนแล้วแต่เกิดจากการอักเสบของเซลล์ในร่างกาย เรามาดูกันค่ะว่า อาหารต้องงด ลดการอักเสบของเซลล์ หยุดเสี่ยงโรคภูมิแพ้ ความจำเสื่อม และโรคอื่น ๆ โรคอื่น ๆ ได้แก่ โรคลำไส้ใหญ่อักเสบ โรคหัวใจ โรคอ้วน โรครูมาตอยด์ โรคหอบหืด โรคแอสแอลอี โรคฮาชิโมโต โรคเบาหวาน โรคผิวหนัง ปวดหัว สมองทำงานผิดปกติ เช่น อัลไซเมอร์ กระวนกระวายใจ เรียนรู้ช้า โรคซึมเศร้า รวมไปถึงโรคมะเร็ง สาเหตุของการอักเสบมีดังนี้ พักผ่อนไม่พอ มีความเครียดสะสม กินอาหารที่ก่อให้เกิดท็อกซิน ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมลพิษจากสิ่งแวดล้อมและของใช้ในครัวเรือน ทั้งนี้ ร่างกายสร้างระบบการอักเสบขึ้นมา เพื่อที่จะสะท้อนให้เห็นว่า มีการบาดเจ็บ การติดเชื้อ และความเครียดเกิดขึ้นภายใน และร่างกายต้องการการเยียวยา โดยปกติ…

เช็คอาการลำไส้ใหญ่ จุลินทรีย์ตัวร้ายเกินสมดุล

โดย เอื้อมพร แสงสุวรรณ NTP จุลินทรีย์ในลำไส้เป็นเรื่องที่ทุกคนในแวดวงสุขภาพให้ความสำคัญ เนื่องจากการค้นพบทางวิทยาศาสตร์สุขภาพในยุคนี้ รู้แล้วว่า สาเหตุที่แท้จริงของมนุษย์เรา มาจากความไม่สมดุลของปริมาณจุลินทรีย์ เอื้อมเลยชวนมาเช็คอาการลำไส้ใหญ่ ดูว่าจุลินทรีย์ตัวร้ายเกินสมดุลไหม โลกยุคนี้ คนรักสุขภาพทุกคนต้องรู้จักเรื่องจุลินทรีย์ในลำไส้ มิเช่นนั้น นอกจากจะเอ้าท์ ยังจะเป็นการเพิกเฉยต่อ root cause หรือต้นเหตุที่แท้จริงของโรค หรืออาการผิดปกติของตนเอง จนกลายเป็นว่ายิ่งรักษา ก็ยิ่งมีอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ จุลินทรีย์ในลำไส้สัมพันธ์กับชีวิตมนุษย์ในยุคที่ผ่านมา สัก 10 -20 ปี ซึ่งเรามีความรู้เรื่องสุขภาพเพิ่มขึ้นนิดหน่อย เรารู้ว่าเราสามารถวินิจฉัยและรักษาความป่วยไข้ของตนเองเบื้องต้นได้ โดยการดูแลตัวเองด้วยยาสามัญประจำบ้าน โดยต่อมาก็เลยเถิดไปสู่การซื้อยารักษาโรคสารพัดสิ่งอย่างจากร้านขายยามากินเอง ไม่ว่าจะเป็นยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ ช่วงหลังก็เกิดความนิยม การกินอาหารเสริม เพื่อลดอาการบางอย่าง หรือเพิ่มประสิทธิภาพระบบอวัยวะบางอย่าง กลายเป็นว่า เราสามารถหาซื้ออาหารเสริมมากินเอง และอาหารเสริมบางอย่างมีฤทธิ์เหมือนยา กินติดต่อกันไม่เกินสัปดาห์ อาการที่เป็นก็หายวับ ครั้นเราเห็นผลดี ก็เลยซื้อมากินบ่อย ๆ ผลลัพธ์ที่ตามมา นอกจากได้รับสารอาหารบางอย่างมากเกินไป ซึ่งจะกลายเป็นพิษ ไปทำลายสารอาหารอื่นที่ทำงานด้วยกัน เรายังได้สารสังเคราะห์เข้ามาในร่างกายมากมาย โดยเฉพาะอาหารเสริมเหล่านั้นสกัดจากสารสังเคราะห์ แน่นอน…สภาวะร่างกายที่มีสารอาหารสังเคราะห์บางอย่างมากเกินไป ย่อมทำให้ระบบอวัยวะทำงานไม่ปกติ…

คู่มือเลือกถั่ว ให้ได้โอเมก้าสูงสุด

    โดย เอื้อมพร แสงสุวรรณ NTP เพราะเมล็ดพืชบางชนิด และพืชตระกูลถั่ว นอกจากโปรตีนแล้ว ยังให้กรดไขมันโอเมก้า ว่าแต่เลือกถั่วอย่างไร จึงจะให้ได้โอเมก้าสูงสุด กรดไขมันโอเมก้า ทั้งโอเมก้า – 3 และโอเมก้า – 6 ล้วนจำเป็นต่อการสร้างระบบการป้องกันการอักเสบให้เซลล์ ทั้งนี้สัดส่วนการกินโอเมก้า – 3 และโอเมก้า – 6 ควรเป็น 1: 1 และไม่ควรเกิน 1 : 4 ทั้งนี้เพื่อให้ระบบการทำงานของ PG หรือ prostaglandinที่ใช้กรดไขมันทั้งสองชนิดสร้าง PG1 และ PG3ในการป้องกันและเยียวยาการอักเสบในเซลล์ กรดไขมันโอเมก้า – 3 มีมากในปลาทะเลน้ำลึก (ที่จริงปลาน้ำจืดในเมืองไทยก็มีกรดไขมันโอเมก้า – 3) น้ำมันเมล็ดแฟล็กซ์ น้ำมันปลา น้ำมันเมล็ดกัญชง วอลนัท ส่วนกรดไขมันโอเมก้า – 6 มีอยู่ในถั่วต่าง…

3 DAY DIET PROGRAM โปรแกรมลดน้ำหนัก 3 วัน เห็นผล

  โดย เอื้อมพร แสงสุวรรณ NTP การลดน้ำหนักเป็นเป้าหมายของหลายคน แต่การจะให้เห็นผลดี และมีความสุขนั้น จะต้องแก้ปัญหาสุขภาพ ระหว่างการลดน้ำหนักด้วย ทั้งนี้การลดน้ำหนักที่ดี ดร. แอน ลุยส์ กิตเติ้ลแมน แนะนำให้ เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบย่อยอาหาร ลดอาการท้องอืด เพิ่มการเผาผลาญไขมัน ลดอาการอักเสบในเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย เพื่อให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ให้เกิดความเครียดหรือกระวนกระวายใจ ความโหยอาหารหรืออยากอาหาร ระดับไตรกลีเซอไรด์และคลอเรสเตอรอลในเลือดเกิดความสมดุล รวมทั้งทำให้คุณดูดี ผิวพรรณเปล่งปลั่ง อ่อนกว่าวัย   การเตรียมตัวก่อนเข้าโปรแกรม หนึ่งสัปดาห์ก่อนเข้าโปรแกรมลดน้ำหนัก3 DayDiet Program เราควร หัดดื่มน้ำ 2 แก้วก่อนการกินอาหารทุกมื้อ รวมทั้งอีก 2 แก้ว ช่วงเวลาระหว่างอาหารมื้อกลางวันและมื้อเย็น ทั้งนี้เพื่อฝึกนิสัยการดื่มน้ำ ช่วยให้ร่างกายได้รับน้ำไปใช้อวัยวะต่าง ๆ อย่างเพียงพอ งดอาหารทอดทุกประเภท อาหารที่มีไขมันทรานส์ รวมทั้งอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมันพืช งดแป้งขาว ข้าวขาว น้ำตาลทรายขาว เริ่มกินผักหลากสี ทั้งเขียว เหลือง…

3 วิธีลดอักเสบ ลดโรคเรื้อรัง ป้องกันอัลไซเมอร์

โดย เอื้อมพร แสงสุวรรณ NTP วิทยาศาสตร์ด้านการแพทย์และอาหารสมัยใหม่พบว่า สาเหตุของความเจ็บป่วยโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคไขมันพอกตับ รวมไปถึงโรคอัลไซเมอร์ และโรคซึมเศร้า ล้วนมาจากการอักเสบของเซลล์ในร่างกาย เราจึงต้องหาวิธีลดการอักเสบ โดยเฉพาะในเรื่องสมอง งานวิจัยชิ้นหนึ่ง ชื่อ Midlife systemic inflammation makers are associated with late – life brain volume นำโดย ดร. คีแนน เอ. วอร์เกอร์ ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Neurology ซึ่งศึกษาการอักเสบจากกระแสเลือด ของผู้เข้าร่วมการทดลอง จำนวน 1,633 คน และติดตามผลถึง 24 ปี พบว่า คนที่มีระดับการอักเสบในกระแสเลือดสูง จะมีขนาดสมองที่หดเล็กลงเรื่อย ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่มีอาการอักเสบ นายแพทย์เดวิด เพิร์ลมัตเตอร์ชาวอเมริกัน ผู้เคยได้รับรางวัลไลนัสพอลลิ่ง สาขาฟังก์ชันนอล…